Twitter คืออะไร ? เล่นยังไง ?

Twitter คือเครื่อข่ายสังคมออนไลน์อีกค่ายหนึ่ง เน้นความเรียบง่ายและรวดเร็ว Twitter มันเร็วขนาดที่ว่า ถ้าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแล้วเราทวีตไป คนที่ฟอลโลว์เราจะเห็นข้อความนั้นแทบจะทันทีที่เราทวีตเลยทีเดียว อย่างช้าเหลื่อมกันไม่เกินนาที ต่างกับ Facebook ที่อะไรซักอย่างจะโผล่มาบนนิวฟีดต้องผ่านอัลกอริทีม กรองข้อมูลต่างๆมากมาย ทำให้ข้อมูลมาถึงช้าไป …รวมถึงโฆษณาเยอะด้วย

คิดอะไร อยากพูดอะไรก็ทวีตไป แต่จำกัดแค่ 140 ตัวอักษรนะ

ทวิตเตอร์แม้จะดูไม่ค่อยส่วนตัวเพราะใครจะฟอลโลว์ใครก็ได้ แต่เอาเข้าจริงมันเป็นส่วนตัวกว่า Facebook มาก เพราะ ไม่มีพ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา หัวหน้า เพื่อนร่วมงานมาฟอลโลว์เรา ทำให้เราสามารถปลดปล่อยตัวตนได้อย่างเต็มที่ (แม้แต่คำหยาบหรือภาพโป๊เปลือยก็สามารถทำได้ …แต่ก็ไม่ควรทำหรอก)  และที่สำคัญคือเราทวีตอะไรยาวๆไม่ได้ เพราะมันจำกัดแค่ 140 ตัวอักษรเท่านั้น ใครชอบโพสอะไรยาวๆอยู่ในเฟซบุ๊คดีกว่า

ดีขนาดนี้ ย้ายมาเล่นทวิตเตอร์ฺกันเลยดีไหม?

ต้องบอกว่าทวีตเตอร์นั้นต่างจาก Facebook พอสมควร เพราะด้วยความรวดเร็วของข้อมูลที่มาไวไปไว อะไรที่เราทวีตไปเมื่อ 5 นาทีที่แล้ว อาจโดนกลืนหายไปจนไม่เหลือร่องรอยไปเลย การเล่นทวิตเตอร์จะเหมาะมากถ้าเราต้องการตามกระแสในวินาทีนั้นให้ทัน เช่น มีกระแสเรื่อง Facebook ล่ม เราสามารถไปตรวจสอบเรื่องได้ในทวิตเตอร์เลย เพราะถ้าเฟซล่ม ต้องมีคนมาบ่นในทวิตเตอร์(แทบจะ)ทันที

กลับกันถ้าเป็นคนตามกระแสไม่เก่ง อยากอยู่เงียบๆไม่ยุ่งกับคนแปลกหน้า Twitter จะเป็นโซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะกับคุณอย่างรุนแรง กล่าวคือถ้าอยากได้เพื่อนบน Twitter ต้อง ไป “เผือก”(ชาวทวิตเรียกแบบนี้จริงๆนะ) หรือไปแจมคนอื่นเวลาเค้าเล่นแฮชแท็กหรือคุยกันครับ ไม่งั้นจะเหงาเปล่าเปลี่ยวอุราอย่างแรง

เปรียบเทียบความแตกต่างกับ Facebook หน่อยสิ

Facebook เป็นเสมือนตัวตนจริงๆของคุณ มีคนที่คุณรู้จักมาติดต่อคุณ กล่าวคือบน Facebook คุณต้องรักษาภาพพจน์ของคุณเอาไว้เสมอ (ถ้าคุณไม่ได้สร้างเฟซผลอมมาหลอกคนเล่นตลอดเวลา) แต่ Twitter การฟอลโลว์หรืออันฟอลใครซักคนแทบจะเป็นไปตามอำเภอใจ ไม่มีใครมีอำนาจบังคับให้ใครกดฟอลใคร คุณจะได้ปลดปล่อยถ้อยคำที่คุณเก็บกดเอาไว้ใน Facebook รัวๆ(แต่ต้องมั่นใจนะว่าแอคเค้าท์ของคุณไม่มีคนรู้ตัวจริง) ถ้าคุณเกรียนกำลังดี คนกดฟอลโลว์คุณจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าคุณเกรียนจนทะลุพิกัด จำนวน Follower ของคุณอาจจะลดลงฮวบๆก็เป็นได้

สรุปสั้นๆคือ Facebook มีไว้ติดต่องานหรือรักษาภาพพจน์ในชีวิตจริง(ยกเว้นเล่นเฟซปลอมที่ไม่มีคนรู้จัก)
ส่วน Twitter คุณอยากสร้างภาพแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น