ไทรใบสัก เปลี่ยนไม้ปลูกยากให้ดูแลง่าย ใบสวยทน ร่มรื่นน่าอยู่

ไทรใบสัก เปลี่ยนไม้ปลูกยากให้ดูแลง่าย ใบสวยทน ร่มรื่นน่าอยู่

รู้จักไทรใบสักก่อนเลือกมาแต่งบ้าน
ไทรใบสัก เป็นพรรณไม้เขตร้อนในตระกูลไทร ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบแอฟริกาตะวันตก จึงทำให้พรรณไม้ชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพภูมิอากาศที่มีความอบอุ่นหรือร้อนชื้น มีจุดเด่นอยู่ที่ใบขนาดใหญ่มีรูปฟอร์มใบเป็นหยักพริ้วสวยงามเหมาะกับลำต้นทรงสูง แม้จะเป็นพรรณไม้ที่ชื่นชอบแสงแดดแต่ก็สามารถปลูกได้ในที่มีแสงรำไร สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำกิ่งและตอนกิ่ง เหมาะสำหรับการปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี แต่มีการเติบโตอย่างช้า ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป หากนำมาปลูกลงในกระถางจะเจริญเติบโตได้ช้ากว่าการปลูกลงดินตามธรรมชาติที่ลำต้นสามารถสูงได้ตั้งแต่ 5-12 เมตร

ปลูกไทรใบสักอย่างไรให้ใบสวยสมบูรณ์
ปริมาณแสงแดดที่เหมาะสม แสงแดดรำไรเป็นสิ่งที่หาได้ค่อนข้างยากในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยที่มีแดดร้อนจัดเกือบตลอดปี ซึ่งแสงแดดร้อนจัดคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ไทรใบสักกลายเป็นจุดสีน้ำตาลไหม้ได้เช่นกัน แต่หากปลูกไทรใบสักในที่มีแสงน้อยจนเกินไปก็อาจทำให้พรรณไม้ชนิดนี้ไปไม่รอด ในการปลูกต้นไทรใบสัก ไม่ว่าจะปลูกลงดิน ปลูกในกระถาง ตั้งประดับไว้นอกบ้านหรือในบ้าน ก็ต้องมั่นใจว่าพื้นที่ในบริเวณนั้นมีปริมาณแสงแดดที่เพียงพอ และไม่ควรปลูกไทรใบสักไว้ในบ้านที่ต้องเปิดไฟส่องสว่างตอนกลางวัน เพราะอาจทำให้ต้นไม้ได้รับแสงไม่เพียงพอจนใบหลุดร่วงไม่สวยงาม หรืออาจทำให้ลำต้นเสียรูปฟอร์มไปจากเดิม เนื่องจากต้นไม้เอียงลำต้นตามทิศทางของแสงแดด
รดน้ำอย่างถูกวิธี การรดน้ำที่มากจนเกินไปอาจทำให้ใบของต้นไทรใบสักกลายเป็นขอบสีเหลืองหรือขอบใบอาจแห้งจนเป็นสีน้ำตาลได้เช่นกัน จึงทำให้การรดน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย โดยควรรดน้ำในปริมาณที่เหมาะสมอย่างพอดี มีความชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะจนเกินไป ซึ่งอาจสังเกตได้จากปริมาณน้ำที่รดว่าซึมถึงก้นกระถางหรือไม่ แต่ไม่ควรให้มีน้ำขังอยู่ที่จานรองกระถางเพราะอาจทำให้รากของต้นไม้กลายเป็นเชื้อราและเน่าได้ในที่สุด และหลังจากการรดน้ำต้นไม้ในแต่ละครั้งให้คอยสังเกตระดับความชื้นจากวัสดุปลูก โดยการใช้นิ้วจิ้มลงไปในดินประมาณครึ่งนิ้วชี้ หากดินยังมีความชื้นดีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำเพิ่มเติม แต่หากตรวจเช็คดูแล้วว่าดินอยู่ในสภาพที่แห้งแล้วค่อยรดน้ำ
เลือกวัสดุปลูกอย่างไรถึงจะดี สำหรับต้นไทรใบสักที่ซื้อมาจากร้านและมีวัสดุปลูกที่ดีอยู่แล้ว โดยมีส่วนผสมในดินที่ช่วยในการระบายน้ำอย่างเหมาะสมก็สามารถเลือกใช้ดินเดิมได้เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนดินใหม่ แต่ใช้วิธีการเติมเพิ่มสารอาหารในดินด้วยแร่ธาตุหรือปุ๋ยในดิน ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้วัสดุปลูกมากยิ่งขึ้น แต่หากดินที่ติดมากับต้นไม้เป็นดินที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมต่อการปลูกไทรใบสักก็ควรเปลี่ยนดินใหม่ โดยควรนำกาบมะพร้าวเดิมออกเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคของต้นไม้ แล้วหันมาเลือกใช้ดินก้ามปูที่ผสมกับเม็ดดินเผาแทนดินผสมกาบมะพ

กระถางปลูกแบบไหนที่เหมาะสม การเลือกกระถางให้เหมาะสมกับต้นไทรใบสักนั้นสามารถใช้ได้ทั้งกระถางขนาดมาตรฐานและกระถางปลูกทรงสูง แต่ควรมีการเปลี่ยนกระถางใหม่ให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น หากต้นไทรใบสักมีการแตกกิ่งมากขึ้นจนกระถางปลูกไม่สามารถทรงตัวรับน้ำหนักของต้นไม้ได้เท่าเดิม หรืออาจมีการขยายตัวของรากไม้ที่แน่นจนเต็มกระถาง ซึ่งอาจทำให้ต้นไทรใบสักไม่มีการเจริญเติบโตเท่าที่ควร
ตัดแต่งรากให้ต้นไม้แข็งแรง ต้นไทรใบสักเป็นพรรณไม้ที่มีการเจริญเติบโตค่อนข้างช้า โดยเฉพาะการปลูกไทรใบสักไว้ในกระถาง แต่ก็นับว่าเป็นต้นไม้ที่มีการเติบโตตามพัฒนาการทางด้านเวลา ซึ่งอาจทำให้ต้องขยับขยายต้นไม้ไปสู่กระถางใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากต้นไม้มีรากแน่นเต็มกระถาง ในระยะเวลาทุก ๆ 1-2 ปี จึงควรมีการตัดแต่งรากของต้นไม้อยู่เสมอ เพื่อช่วยรักษารากไม้ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
ตัดแต่งกิ่งและใบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ต้นไทรใบสักดูสวยงามและมีรูปทรงเหมาะสมกับการจัดสวนหรือใช้ในการตกแต่งบ้านตามต้องการ แนะนำว่าควรมีการตัดแต่งกิ่งและใบอยู่เสมอ โดยเลือกตัดกิ่งและใบแก่ออกเพื่อให้ต้นไม้มีลักษณะเป็นทรงพุ่มที่สวยงามตามความชอบ
เติมปุ๋ยเพิ่มสารอาหาร การปลูกไทรใบสักแนะนำว่าให้ใส่ปุ๋ยละลายช้าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็เพียงพอต่อความต้องการของต้นไม้ โดยปุ๋ยละลายช้าจะค่อย ๆ ละลายสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ออกมาอย่างช้า ๆ ซึ่งจะช่วยทำให้ต้นไทรใบสักได้รับสารอาหารอย่างสม่ำเสมอ และส่งผลให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดปัญหารากไม้ดูดความชื้นของปุ๋ยได้อีกด้วย
เช็ดทำความสะอาดใบให้สวยงาม ส่วนที่สวยงามของไทรใบสักคือจุดเด่นที่ใบขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้ฝุ่นหรือคราบละอองความสกปรกต่าง ๆ เกาะอยู่ตามใบได้อย่างชัดเจน จึงควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดใบอย่างสม่ำเสมอเพื่อขจัดคราบฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามใบไม้ โดยใช้ผ้านุ่มชุบน้ำหมาดมาเช็ดตามใบด้านบน เพื่อช่วยให้ใบไม้สามารถสังเคราะห์แสงได้มากขึ้นโดยไม่มีฝุ่นมาเกาะอยู่ตามใบ แต่ไม่ควรเช็ดฝุ่นด้วยมือเปล่า เพราะอาจทำให้ใบไม้ช้ำเป็นรอย หรืออาจเกิดอาการแพ้จากยางที่อยู่ตามใบได้

มาทำความรู้จักกับเจ้า “ไทรใบสัก”
ไทรใบสัก (Fiddle-leaf Fig) เป็นต้นไม้ในตระกูลไทร เป็นพืชที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตร้อน ลักษณะเด่น แน่นอนว่าคือ “ใบ” เพราะใครเห็นต้องสะดุดตากับความสวยของใบแน่นอน ไทรใบสักเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงแดด แต่ก็สามารถปลูกในบ้านหรือตัวอาคารที่มีแสงแดดรำไรได้ ไม่ต้องการน้ำมาก ดูแลง่าย แถมฟอกอากาศให้ห้องของเราได้อีกด้วย

วิธีการดูแล
ไทรใบสักเป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องดูแลอะไรมากมาย มีปัจจัยหลักๆ อยู่แค่ 3 อย่าง

แสงแดด
ถ้าปลูกไว้นอกบ้านก็ให้โดนแสงแดดได้ปกติเพราะเป็นไม้ที่ชอบแสงแดดอยู่แล้ว ส่วนใครที่ปลูกเอาไว้ในห้องก็ควรให้โดนแสงแดดรำไรอย่างน้อย 3-5 ชั่วโมงต่อวัน

น้ำ
เจ้าไทรของเราไม่ชอบน้ำมาก ไม่ควรรดน้ำบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ต้นเน่าตายได้ ควรรดน้ำอย่างน้อย 3-4 วันครั้ง หรือเช็คดินว่าแห้งแล้วถึงค่อยรดน้ำ

ดิน
สำหรับดินก็ไม่มีอะไรมาก เน้นให้ดินโปร่งน้ำไม่ขังก็พอแล้ว

ทำยังไงให้ใบสวยตลอดเวลา
เจ้าไทรใบสักของเราเนี่ยความสวยของมันจะอยู่ที่ตัวใบ เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความสำคัญกับใบของมันให้มีสีเขียวสดสวยอยู่ตลอดเวลา ส่วนวิธีการทำให้ใบของมันสวยได้นั้นก็ไม่ยาก มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ปลูกไว้ในที่ที่มีแสงแดดรำไร ใบจะเขียวสวย ถ้าปลูกในที่ที่มีแสงแดดแรงเกินไป ใบจะไหม้ทำให้ไม่สวย
อย่ารดน้ำมากเกินไป เพราะจะทำให้ต้นเน่าใบมีสีเหลือง
ทำความสะอาดใบ ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดไปที่ใบเพื่อกำจัดเศษฝุ่นที่มาเกาะ
ตัดแต่งใบ ตัดแต่งใบที่แก่และกิ่งของต้น ให้แตกใบใหม่อยู่ตลอด

ควรปลูกไว้ที่ไหน
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเพื่อนๆ อาจสงสัยว่าเจ้าไทรใบสักของเราควรปลูกไว้ที่ไหนกันแน่ จริงๆ ก็ปลูกได้ทุกที่ครับ ไม่ว่าจะเป็นนอกบ้านปลูกให้โดนแสงแดดเต็มที่ หรือว่าปลูกเอาไว้ภายในตัวอาคารก็ได้ แต่ถ้าจะปลูกให้สวยก็ควรปลูกในพื้นที่ที่โดนแสงแดดสัก 50% กำลังพอดี เพราะใบจะได้เขียวสดดูสวยตลอดเวลา ยิ่งปลูกเอาไว้ในห้องนอนหรือตัวบ้านยิ่งดี เพราะเจ้าไทรใบสักของเราจะช่วยฟอกอากาศให้กับบ้านของเราให้มีอากาศที่ดีขึ้นด้วยนั่นเอง

หาซื้อได้ที่ไหน
ไทรใบสักตอนนี้ถือว่าหาซื้อได้ง่ายขึ้นมาก เพราะกำลังเป็นที่นิยมสำหรับคนรักต้นไม้ และเริ่มนำมาขยายพันธุ์กันมากขึ้น ส่วนใหญ่จะหาซื้อได้ตามตลาดต้นไม้ใหญ่ๆ ทั่วไป เช่น ตลาดต้นไม้จตุจักร ราคาอาจจะสูงหน่อยเพราะเป็นไม้ที่กำลังนิยมและทำได้ยาก ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 700-1500 บาท แต่เมื่อเทียบกับความสวยและประโยชน์ของมันแล้วถือว่าไม่แพง ต้องรีบหามาปลูกกันแล้วครับ

สำหรับคนที่ต้องการต้นไม้จัดสวน ซึ่งให้ร่มเงาได้ กันฝุ่นได้ และยังไม่ต้องดูแลรักษาอะไรให้วุ่นวายนัก ต้นไทรเกาหลีนับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม และไม่มีช่วงผลัดใบเลย จะปลูกไว้ในสวน เรียงรายริมรั้ว หรือตัดแต่งให้มีขนาดเล็กเพื่อปลูกในกระถางก็ได้ทั้งนั้น

ความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคล
ต้นไทรเป็นไม้มงคลที่ผูกพันกับความเชื่อของคนไทยมานาน แต่เดิมเราก็จะเห็นต้นไทรขนาดใหญ่อยู่ตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น วัด ศาลเจ้า อนุสาวรีย์บุคคลสำคัญ เป็นต้น เชื่อกันว่าต้นไม้ใหญ่แบบนี้จะมีเทพารักษ์คอยปกปักษ์รักษา ซึ่งจะช่วยดูแลทุกชีวิตที่อยู่ในอาณาบริเวณ ให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขถ้วนหน้ากัน เมื่อวันเวลาผ่านไป สายพันธุ์ของต้นไม้ตระกูลไทรก็ได้รับการพัฒนา และมีการแลกเปลี่ยนกับสายพันธุ์ต่างประเทศมากขึ้น จนมีไทรขนาดเล็กที่สามารถปลูกในบริเวณบ้านได้ แน่นอนว่าไทรเกาหลีคือสายพันธุ์อันดับต้นๆ ที่คนทั่วไปจะนึกถึง เป็นไม้มงคลที่ให้คุณหลายด้าน หากปลูกไว้ริมรั้ว เชื่อว่าต้นไทรจะเป็นแนวกั้นไม่ให้สิ่งไม่ดีเข้ามาสู่คนในบ้าน แขกไปใครมาก็รู้สึกสบายอกสบายใจ คนในบ้านเองก็มีความสงบร่มเย็น คิดทำสิ่งใดก็มีแต่ความสุขสมหวัง

ตำแหน่งที่เหมาะสมแก่การปลูกภายในบริเวณบ้าน
สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงตำแหน่งในการปลูกต้นไทรเกาหลี ก็คือปริมาณของแดดที่ต้นไม้จะได้รับ เพราะถ้าแดดไม่เพียงพอ ใบของต้นไทรจะไม่หนาทึบและเงางามอย่างที่ควรจะเป็น สามารถปลูกชิดแนวรั้วหรือใกล้กับสิ่งปลูกสร้างได้ เนื่องจากสายพันธุ์นี้จะไม่มีรากแก้วที่อาจชอนไชจนสร้างความเสียหาย และถ้ามองในมุมของความเชื่อ ก็ควรจะปลูกทางด้านทิศตะวันตกของบ้าน มุมไหนที่แดดสามารถส่องถึงตัวบ้านได้มากที่สุด ตรงนั้นคือตำแหน่งปลูกที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคลก็ควรลงปลูกในวันอังคารด้วย

ส่วนประกอบของต้นไทรเกาหลี
ลักษณะของลำต้น
ต้นไทรเกาหลีเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูงได้มากสุดประมาณ 6 เมตร แกนหลักค่อนข้างตั้งตรง แล้วมีกิ่งก้านแตกแขนงออกไปเป็นทรงพุ่ม ผิวสัมผัสรอบนอกเป็นผิวเรียบสีน้ำตาลอมเทา ยิ่งแก่มากสีเปลือกก็ยิ่งเข้ม หากกรีดที่เปลือกไม้จะมีน้ำยางสีขาวขุ่นออกมา

ใบ
รูปร่างของใบเป็นทรงกลมรี ผิวสัมผัสมันวาวเป็นสีเขียวเข้ม ใบจะเรียงสลับเป็นชั้นๆ รอบกิ่ง พุ่มใบค่อนข้างหนา ระดับเฉดสีของใบจะใกล้เคียงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใบอ่อนหรือใบแก่ แต่จะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์

ดอก
หากไม่สังเกตอาจไม่เห็นเลย เพราะดอกของต้นไทรเกาหลีมีขนาดเล็ก ออกตามซอกใบ และอยู่รวมกันเป็นช่อบนฐานดอกเดียว

ผล
ลักษณะภายนอกจะคล้ายคลึงกับผลมะเดื่อ แต่ไม่ได้ออกเป็นพวง ผลต้นไทรเกาหลีออกเป็นคู่ตามซอกใบ ไล่สีจากเขียวไปส้ม ตามระดับความอ่อนแก่ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

ลักษณะเด่นของสายพันธุ์ไทรเกาหลี
อันที่จริงต้นไทรเกาหลี เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ยอดนิยมของตระกูลต้นไทรทั้งหมด ซึ่งต้นไทรสายพันธุ์อื่นที่เราคุ้นเคยกันก็จะมี ไทรอินโด ไทรชมพู่ ไทรญี่ปุ่น เป็นต้น ความโดดเด่นของไทรเกาหลีอยู่ที่รูปทรงของพุ่มใบ แต่ละชั้นจะเรียงตัวกันแบบทรงพีระมิด ระดับความหนาของพุ่มสม่ำเสมอตั้งแต่ช่วงฐานจนถึงยอด สามารถกันแดดและละอองฝุ่นได้ดีมาก คนจึงนิยมปลูกเรียงเอาไว้ตามแนวรั้ว เพื่อกันไม่ให้ฝุ่นจากถนนด้านนอกพัดปลิวเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่าย นอกจากนี้ไทรเกาหลียังเป็นพันธุ์ที่แข็งแรงทนทาน ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาให้ยุ่งยาก ก็สามารถเติบโตได้ดี

วิธีการปลูกต้นไทรเกาหลีให้เจริญงอกงาม
ปกติแล้วการขยายพันธุ์ต้นไทรเกาหลีจะมีอยู่ 2 วิธี คือการปักชำและการตอนกิ่ง ซึ่งให้ต้นกล้าที่มีคุณภาพด้วยกันทั้งคู่ หลังจากมีต้นกล้าที่สูงประมาณหนึ่งแล้ว เราก็สามารถนำลงดินได้ทันที โดยเตรียมดินให้มีลักษณะร่วนซุย จะใส่ผสมปุ๋ยคอกที่ก้นหลุมด้วยก็ได้ แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร เพราะสุดท้าย เราจะต้องเติมปุ๋ยไนโตรเจนอีกอยู่ดี สิ่งที่ต้องสังเกตหลังนำต้นไทรเกาหลีลงปลูกก็คือ มีน้ำท่วมขังหลังการรดน้ำหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าดินแน่นเกินไป ให้พรวนดินใหม่อีกรอบ ที่เหลือก็แค่ใส่ปุ๋ยสูตรไนโตรเจนสูงเพื่อบำรุงใบ ในทุกๆ รอบ 15-20 วัน

วิธีการดูแลรักษา
แสง
เนื่องจากเป็นไม้ที่มีพุ่มใบหนามาก จึงต้องการแดดจัด ควรปลูกบริเวณที่ได้รับแดดตลอดทั้งวัน

น้ำ
แม้จะเป็นต้นไม้ที่ทนน้ำท่วมขังได้ดี แต่โดยธรรมชาติแล้วต้องการน้ำแค่ระดับปานกลางเท่านั้น

ดิน
เหมาะกับดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี

ปุ๋ย
สามารถให้ปุ๋ยที่โคนต้นหรือให้ทางใบก็ได้ ในตอนแรกที่ลงปลูกควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงให้กับดิน ปริมาณปุ๋ยไม่ต้องมาก แต่ต้องบ่อย สักเดือนละ 1-2 ครั้ง หลังจากลำต้นแข็งแรงดีแล้วค่อยลดปุ๋ยลง

คุณประโยชน์ที่ได้จากต้นไทรเกาหลี
ใบ
ใช้บดละเอียดเพื่อรักษาบาดแผล และบรรเทาอาการปวดศีรษะได้

กิ่ง
จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ เนื้อกิ่งช่วยบรรเทาอาการปวด และน้ำเลี้ยงกิ่งช่วยบรรเทาอาการของโรคตับ รับออกแบบบ้าน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *