เคล็ดลับปลูก แคคตัส ฉบับมือใหม่ สามารถสร้างรายได้เลย ไม่ยาก

เคล็ดลับปลูก แคคตัส ฉบับมือใหม่ สามารถสร้างรายได้เลย ไม่ยาก

เนื่องจาก ต้นแคคตัสหรือต้นกระบองเพชร เป็นกลุ่มพรรณไม้ในประเภทไม้อวบน้ำที่มีลักษณะเฉพาะตัว แม้จะเลี้ยงไม่ยาก แต่ เคล็ดลับปลูก แคคตัส ฉบับมือใหม่ สามารถสร้างรายได้เลย ไม่ยาก ก็ต้องการความดูแลเอาใจใส่ที่เหมาะสมทั้งสถานที่ สภาพอากาศ และเวลาที่ลงตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้มือใหม่หัดปลูกส่วนใหญ่มักจะมองข้ามและลืมให้ความสำคัญในการปลูกต้นแคคตัสในระยะเริ่มต้น จึงทำให้ต้นไม้จิ๋วที่เหมือนจะดูแลง่ายกลายเป็นเรื่องยากที่ปลูกอย่างไรก็ไม่โตและไม่ออกดอกสวยงามให้เชยชม จึงมีเคล็ดลับดี ๆ ในการปลูกแคคตัสสำหรับมือใหม่จากผู้มีประสบการณ์จริง อย่าง “คุณตุ้ย สันติ์สิทธิ์ ใจบุญมา” จาก Loymanee Cactus หนุ่มชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ปลูกแคคตัสเป็นงานอดิเรก และผันตัวสู่ผู้ปลูกต้นกระบองเพชรขายเป็นอาชีพเสริม ซึ่งพร้อมมาแบ่งปันและร่วมแชร์ประสบการณ์ในการปลูกต้นแคคตัสสำหรับมือใหม่ให้ชาว Cactus Lover ค่ะ

ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของต้นแคคตัส หรือกระบองเพชร พรรณไม้ไซส์จิ๋วที่เหมาะสำหรับการจัดสวนขนาดเล็ก ซึ่งมาพร้อมลักษณะเฉพาะตัวที่ทำให้คนส่วนใหญ่หันมานิยมปลูกไว้ตกแต่งบ้าน แต่งคอนโด สร้างพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ไว้ในมุมห้องทำงาน จนกระทั่งปลูกขายเป็นอาชีพเสริมกันมากขึ้น เช่นเดียวกับ “คุณตุ้ย สันติ์สิทธิ์ ใจบุญมา” ผู้ก่อตั้งเพจ Loymanee Cactus ที่ผันตัวจากผู้ปลูกแคคตัส ซึ่งชื่นชอบในพรรณไม้ชนิดนี้ ผ่านประสบการณ์ลองผิดลองถูกจนสามารถขยายพันธุ์ได้มากขึ้น และมีผู้สนใจติดต่อขอซื้อในเวลาต่อมา จึงทำให้เกิดเป็นรายได้เสริมและสามารถส่งต่อพรรณไม้สวยงามไปสู่ผู้รักการปลูกแคคตัสได้มากยิ่งขึ้น

โดยคุณตุ้ย ได้บอกเล่าเคล็ดลับการปลูกแคคตัวสำหรับมือใหม่ไว้อย่างน่าสนใจว่า “สำหรับมือใหม่ที่หัดปลูกแคคตัส หรือต้นกระบองเพชร จะต้องดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ทั้ง สายพันธุ์ที่เลือกปลูก สภาพแวดล้อม และการผสมสัดส่วนในการปลูก ไม่ว่าจะเป็น ดิน การให้น้ำ การใส่สารบำรุง หรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” สำหรับสายพันธุ์ของต้นแคคตัสที่นิยมปลูกในประเทศไทยจะมีอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ Mammillaria, Astrophytum asterias และ Gymnocalycium mihanovichii

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับการปลูกต้นแคคตัส คุณตุ้ยได้บอกไว้ว่า “แม้จะเป็นพรรณไม้ที่ทนแล้งได้ดี แต่ก็ไม่ควรลืมรดน้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยควรพิจารณาจากสภาพอากาศ ไม่ควรให้น้ำมากเกินไปจนดินชุ่ม เพราะอาจทำให้เกิดปัญหารากเน่า และเกิดคราบความชื้นขึ้นตามลำต้นของกระบองเพชรที่ปลูกไว้จนทำให้ไม่สวยงาม และถึงแม้ต้นแคคตัสจะชื่นชอบแสงแดด แต่ควรอยู่ในที่มีแสงแดดไม่จัดจ้าจนเกินไป โดยควรให้ต้นแคคตัสที่ปลูกไว้ได้รับแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมเป็นเวลานาน อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมง หากตั้งไว้ในพื้นที่โล่งกลางแจ้ง แนะนำให้ใช้วัสดุกันแสงหรือปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการพรางแสงแดดไม่ให้ถูกกับลำต้นโดยตรงมากจนเกินไป แต่หากไม่สามารถนำต้นแคคตัสมารับแสงแดดได้ตามเวลาที่บอกไว้ อย่างน้อยก็ควรได้รับแสงแดดมากกว่า 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันลำต้นแคคตัสยืดหรือผิดรูปทรงไปจากเดิม จนทำให้ไม่สวยงามเท่าที่ควร”

สำหรับขั้นตอนในการปลูกแคคตัสฉบับมือใหม่ คุณตุ้ยได้บอกเล่าให้เราว่าฟังว่า “หัวใจสำคัญในการปลูกต้นแคคตัสก็คือการผสมเครื่องปลูก เพราะต้นแคคตัสหรือกระบองเพชรเป็นพรรณไม้ที่ต้องการเครื่องปลูกที่สามารถช่วยในการระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำขังจนดินแฉะ และไม่ควรสะสมกักเก็บความชื้นไว้นาน ซึ่งส่วนผสมที่ใช้จะประกอบไปด้วย ดินใบก้ามปู 1 ส่วน หินภูเขาไฟ 2 ส่วน และดินญี่ปุ่นอีก 1 ส่วน”

ในช่วงแรกของการปลูกกระบองเพชรใหม่ ๆ ไม่ควรรดน้ำทันที แต่ควรเว้นระยะไว้ประมาณ 2-3 วัน เพื่อป้องกันการเน่า เนื่องจากต้นไม้อาจได้รับการกระทบกระเทือนจากการปลูก และหลังจากปลูกแล้วคุณตุ้ยได้แนะนำว่า “อย่าเพิ่งนำต้นแคคตัสไปรับแสงแดดจัด แต่ควรนำไปจัดวางไว้ในที่มีแสงแดดรำไรก่อน เมื่อส่วนยอดของลำต้นค่อย ๆ เจริญเติบโตจึงค่อยเพิ่มปริมาณการรับแสงแดดให้กับต้นแคคตัส” สำหรับวิธีการดูแลให้น้ำของสวนคุณตุ้ยจะรดน้ำประมาณ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เนื่องจากทางสวนมีการใช้วัสดุปลูกที่สามารถระบายน้ำได้ดี จึงช่วยให้ดินในกระถางแห้งเร็วและไม่กักเก็บความชื้นไว้นาน แต่หากวางต้นแคคตัสไว้ในที่ไม่ถูกแสงแดดทั้งวันแนะนำให้รดน้ำเมื่อดินเริ่มแห้ง ประมาณ 2-3 วันจึงค่อยรดน้ำใหม่

อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการปลูกต้นแคคตัสฉบับมือใหม่ที่ควรระวัง คือโรคที่อาจเกิดกับต้นแคคตัสและแมลงต่าง ๆ เช่น ราสนิม เพลี้ยแป้ง ไรแดง หากพบเจอสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับต้นแคคตัสควรไปซื้อยาจากร้านเคมีภัณฑ์มาดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นแคคตัสถูกทำลายจนเกินเยียวยารักษา

ต้นกระบองเพชร หรือ แคคตัส (Cactus) พืชอวบน้ำที่เกือบทุกคนต้องรู้จัก เพราะมีหน้าตาน่ารัก สวยงาม ลำต้นเล็ก เลี้ยงง่าย วางไว้ตามโต๊ะทำงานก็ยังได้ แถมฮิตและโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องคอยไปหาซื้อต้นไม้ชนิดนี้อยู่เป็นประจำ ไม่เคยได้รู้ถึงวิธีปลูกของมันสักที วันนี้กระปุกดอทคอมนำการปลูกต้นกระบองเพชร การเลี้ยงและดูแล พร้อมด้วยเรื่องราวน่ารู้อื่น ๆ เกี่ยวกับต้นไม้ชนิดนี้มาฝากกันค่ะ

1. ที่มาและความเชื่อ

กระบองเพชร มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mila sp. ชื่อสามัญ Mila หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า แคคตัส (Cactus) มีข้อสันนิษฐานกันว่า เป็นพรรณไม้ที่เกิดขึ้นในยุค Tertiary ลักษณะของต้นกระบองเพชรในยุคนั้นมีลำต้น กิ่งก้าน และใบไม่ต่างจากต้นไม้ทั่วไป จนกระทั่งสภาพอากาศของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้กระบองเพชรต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเปลี่ยนรูปทรงของลำต้นให้มีขนาดเล็ก สูงเรียว สามารถเก็บน้ำได้มาก เปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำและป้องกันสัตว์มากัดกิน และหยั่งรากตื้นเพื่อให้จับน้ำในอากาศได้ง่าย จึงทำให้ต้นกระบองเพชรสามารถเจริญเติบโตได้แม้ที่แห้งแล้งอย่างทะเลทราย

ต้นกระบองเพชรส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนขยายไปยังแอฟริกาและทั่วโลก ซึ่งบางสายพันธุ์นั้นก็มีการพัฒนาให้สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างเช่นในประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเรียกกระบองเพชรอื่นว่า โบตั๋น หรือ ท้าวพันตา เชื่อกันว่าการปลูกต้นกระบองเพชรทิศตะวันตกจะนำโชคลาภมาให้ โดยเฉพาะผู้ที่สามารถปลูกกระบองเพชรให้ออกดอกสวยงามได้ และยังช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ป้องกันภัยอันตราย และเป็นที่เกรงกลัวของศัตรูอีกด้วย

2. ลักษณะ

กระบองเพชร เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตรขึ้นไป ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำจากสารคลอโรฟิลล์ซึ่งใช้สังเคราะห์แสงแทนใบ มีทั้งทรงกลมเตี้ยและกระบอกสูง ขึ้นต้นเดี่ยวและแตกเป็นกอ

สำหรับลักษณะของหนามมีทั้งแบบหนามแข็ง ปลายตรงหรืองุ้ม และแบบเส้นอ่อนคล้ายขนสัตว์ โดยสีของหนามขึ้นอยู่กับสายพันธุ์หรืออาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ

ในขณะที่ดอกของกระบองเพชร แม้จะขึ้นได้ยาก แต่ก็มีความสวยงามไม่แพ้ดอกไม้ชนิดอื่น ๆ มีทั้งสีแดง ชมพู ขาว และเหลือง มักออกดอกเดี่ยว ๆ ไม่มีก้านดอก

ส่วนของผลต้นกระบองเพชรก็มีหลากหลายรูปทรง ทั้งทรงกลม ทรงกระบอก รูปไข่ ผิวเปลือกเรียบ เป็นมัน เนื้อผลนุ่ม ใส คล้ายวุ่น มีหนามปกคลุมบางชนิด เมื่อผลแก่เต็มที่จะแห้งและร่วงลงดิน ในขณะที่ผลของบางสายพันธุ์เปลือกจะปริออกให้เมล็ดกระเด็นออกจากลำต้น

3. สายพันธุ์ของกระบองเพชร

รู้ไหมคะว่ากระบองเพชรเป็นพืชที่มีสายพันธุ์มากกว่า 2,000 สายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไป แต่สามารถจำแนกเป็น 5 ประเภทหลักตามลักษณะของลำต้น ได้ดังนี้

1. กระบองเพชรที่มีลำต้นและใบแบน (Flat-stem) เช่น สกุล Opuntia, Zygocactus, Epiplyllum

2. กระบองเพชรพวกที่มีลำต้นเป็นหัวกลม ๆ (Globular-stem) เช่น สกุล As­trophytum, Thelocactus,Mam- millaria

3. กระบองเพชรพวกที่มีกิ่งก้านคล้ายต้นไม้ทั่ว ๆ ไป (Branching-stern) เช่น สกุล Myrtillocactus Cereus, Pachy- cereus, Nopalxochia

4. กระบองเพชรพวกที่มีต้นเป็นกระจุกหรือต้นเล็ก ๆ เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง (Small cacti) เช่น สกุล Echinopsis, Ariocarpus, Neobesseya

5. กระบองเพชรพวกที่เป็นเถาเลื้อยไต่ตามต้นไม้ กำแพง (Climbingcacti) เช่น สกุล Echinocactus, Cornegiea, Trichocereus

4. การปลูกต้นกระบองเพชร

การปลูกกระบองเพชรด้วยเมล็ด

การปลูกกระบองเพชรด้วยเมล็ด ให้นำเมล็ดแก่หรือเมล็ดจากผลที่ปริแตก มาแช่น้ำ 2-5 นาที จากนั้นล้างเมือกออก แล้วตากแดดให้แห้งประมาณ 1-2 วัน พักไว้อีก 1-2 เดือน ค่อยนำมาปลูกลงในกระถาง โดยใช้ทรายหรือดินร่วนผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ในอัตรา 1:1 ส่วน ใส่ลงในกระถางพลาสติกเล็ก ๆ เพื่อทำการเพาะ ก่อนนำเมล็ดมาโรยแล้วเกลี่ยดินกลบเล็กน้อย ก่อนจะรดน้ำให้ชุ่มแล้วนำถุงพลาสติกมาหุ้มคลุมไว้ วางไว้ในที่ที่มีแดดรำไร พร้อมกับเช็กเป็นระยะ หากดินแห้งให้หมั่นรดน้ำเป็นประจำ หากพบว่าเมล็ดงอกเป็นต้นอ่อนได้ 2-3 วัน ค่อยย้ายไปปลูกในกระถางใหญ่ หากต้องการปลูกในแปลงเพื่อทำแนวรั้ว ให้ผสมดินร่วนกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ในอัตราส่วน 3:1 แล้วขุดดินเพื่อปลูก ขนาดหลุมประมาณ 30x30x30 เซนติเมตร

การปักชำต้นกระบองเพชร

วิธีการขยายพันธุ์ต้นกระบองเพชรที่ง่ายและรวดเร็ว เลยเป็นที่นิยมกันมาก โดยเตรียมวัสดุปลูกเหมือนกับการปลูกในกระถาง จากนั้นนำต้นหรือกิ่งจากต้นแม่มาปักชำลงกระถาง วางไว้ในที่แดดรำไร และรดน้ำ 2 วันต่อครั้ง หลังจากกิ่งชำติดแล้วลดเหลือ 3 วันต่อครั้งก็พอ เพราะเป็นต้นไม้ที่ต้องการน้ำน้อยแต่ต้องการต่อเนื่อง

– วิธีปลูกต้นแคคตัสพร้อมสูตรปุ๋ย สำหรับมือใหม่หัดปลูก !

– วิธีเพาะเมล็ดแคคตัสแบบปิด ปลูกในกล่องพลาสติก ครั้งเดียวได้หลายต้น !!

5. ต้นกระบองเพชรกับการดูแล

แม้ต้นกระบองเพชรเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมาก แต่ก็ต้องการน้ำต่อเนื่อง ฉะนั้นเมื่อต้นโตเต็มที่แล้ว ควรหมั่นให้น้ำอย่างน้อย 7-10 วันต่อครั้ง บำรุงด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี หมั่นตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้ง สิ่งที่ต้องระวังในการปลูกต้นกระบองเพชรคือ ลำต้นเหี่ยว มีรอยย่น และแคระแกร็น โคนโยก รากเน่าเพราะความชื้นสูงเกินไป แต่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชเหมือนต้นไม้ชนิดอื่น ๆ

ส่วนเคล็ดลับในการเลี้ยงต้นกระบองเพชรให้ออกดอกสำหรับการปลูกในบ้านก็คือ วางให้โดนแดดโดยตรงในช่วงที่กำลังโต ประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน นอกเหนือจากนี้ก็วางกระถางในที่ที่มีแดดรำไร และหมั่นรดน้ำเป็นประจำเมื่อหน้าดินแห้ง โดยรดน้ำให้ชุ่มหรือให้น้ำซึมลงไปจากหน้าดินประมาณ 2 นิ้ว นอกจากนี้ก็หมั่นใส่ปุ๋ยอย่าให้ขาด โดยเป็นปุ๋ยที่ใช้สำหรับบำรุงแคคตัสเท่านั้น หรือเป็นสูตรปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียมสูงแต่ไนโตรเจนต่ำ หากมีการเปลี่ยนกระถางไม่ควรรดน้ำทันที แต่ให้เว้นไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนให้น้ำครั้งต่อไป

6. ประโยชน์ต้นกระบองเพชร

– กระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่มีลักษณะแปลกตา สีสันสวยงาม หลาย ๆ คนจึงนิยมนำไปปลูกประดับบ้านหรืออาคาร เช่น ตั้งบนโต๊ะทำงานหรือวางตามมุมห้องต่าง ๆ

– ดอกและผลของต้นกระบองเพชรบางสายพันธุ์สามารถนำมารับประทานหรือประกอบอาหารได้ แต่ต้องกำจัดยางออกให้หมดก่อน

– น้ำมันในเมล็ดของผลกระบองเพชรสามารถนำมาเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางได้

– สารสกัดจากต้นกระบองเพชรมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี ไฟเบอร์ อีกทั้งยังช่วยลดการดูดซึมไขมัน ลดคอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

– หนามที่มีลักษณะแหลมคล้ายเข็มของกระบองเพชรสามารถนำมาเย็บแผลได้ แต่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อที่สะอาดด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

– สามารถดื่มน้ำในลำต้นของกระบองเพชรแก้กระหายเมื่อขาดแหล่งน้ำ อย่างเช่นกลางทะเลทรายได้ สถาปนิก

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *