สไตล์ญี่ปุ่น ในการตกแต่ง ภายในของอพาร์ตเมนต์ ตกแต่งอย่างไร???

สไตล์ญี่ปุ่น ในการตกแต่ง ภายในของอพาร์ตเมนต์ ตกแต่งอย่างไร???

1. โรงแรม
ภายในของอพาร์ตเมนต์ แรงจูงใจของญี่ปุ่นไม่ยอมรับรายการพิเศษใด ๆ เฟรมที่มีรูปถ่าย, งานฝีมือ, ของที่ระลึกและองค์ประกอบที่คล้ายกันไม่ตรงกับมัน กฎนี้เป็นพื้นฐานเมื่อสร้างการตกแต่งภายในในสไตล์ที่คล้ายกัน รายละเอียดทั้งหมดจะต้องเลือกโดยคำนึงถึงคุณสมบัติของพวกเขา

วิธีการจัดห้องในสไตล์ญี่ปุ่น?
ทางเลือกที่เหมาะสมของเฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการสร้างการตกแต่งภายในที่กลมกลืนในสไตล์ญี่ปุ่น ควรทำจากวัสดุธรรมชาติที่ทนทาน ตัวอย่างเช่นสมบูรณ์แบบ:

ต้นไม้
ไม้ไผ่
ไม้สัก
อ้อย
รูปร่างของตู้, ตู้, โต๊ะและสิ่งอื่น ๆ ควรจะเรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้และไม่เทอะทะและความสูงก็เล็ก จำกัด จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะ ในการตกแต่งภายในคุณสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์ประเภทญี่ปุ่น:

เสื่อทาทามิ (เสื่อที่ทำจากไม้กก)
ฟูก (ที่นอนฝ้าย);
beby (พาร์ติชัน);
tanzu (ตู้พร้อมลิ้นชัก)

วัสดุธรรมชาติ
ในการสร้างการตกแต่งภายในในสไตล์ญี่ปุ่นคุณต้องใช้วัสดุจากธรรมชาติเท่านั้น ตัวอย่างเช่น: หินกิ่งไม้วิลโลว์กระเบื้องซีดาร์ฟางหวายเถาวัลย์

แสง
แสงสว่าง – ส่วนสำคัญในการออกแบบของห้อง ในเวลากลางวันควรมีแสงจากธรรมชาติและในตอนเย็นใช้หลอดไฟ โคมไฟกระดาษข้าวให้ความลึกลับของห้องและบรรยากาศสบาย ๆ

อุปกรณ์
อุปกรณ์ที่ผิดปกติเน้นสไตล์ญี่ปุ่น: พรมฟาง, ikebans, ชุดน้ำชา, จานทำด้วยมือ, แฟน ๆ ที่หลากหลาย โลงศพแจกันเซรามิกผ้าคลุมเตียงที่มีอักษรอียิปต์โบราณจะเป็นการตกแต่งที่ยอดเยี่ยม การตกแต่งห้องในสไตล์ญี่ปุ่นนั้นต้องใช้วิธีการเฉพาะบุคคล เมื่อทราบถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นคุณสามารถสร้างห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนที่คุณชื่นชอบได้โดยไม่ต้องหันไปใช้บริการของนักออกแบบมืออาชีพ

โทนสี
รายละเอียดที่สำคัญต่อไปคือโทนสี แสงสีของลิลลี่น้ำ, เถ้าดำ, ไม้ไผ่สีเบจสีเขียวหรือไม้เบิร์ชแสงจะทำ พวกเขาสามารถเสริมด้วยโทนสีขาว, สีดำ, สีน้ำตาลและเชอร์รี่ การผสมที่ดีคือสีดำกับสีขาวหรือสีน้ำตาลเข้มกับสีเบจอ่อน

1. โรงแรม
ระยะเวลา: สั้น
ข้อดี: สะดวก จองง่าย ใกล้สถานี
ข้อเสีย: ราคาแพง ไม่มีอิสรภาพ

ถ้าคุณวางแผนมาเที่ยวญี่ปุ่นไม่กี่วันและต้องการความสะดวกสบาย เราขอแนะนำให้พักที่โรงแรม นอกจากจะสามารถจองได้ง่ายๆผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังสามารถอ่านรีวิวที่ลูกค้าคนอื่นๆเขียนไว้ได้อีกด้วย

ข้อเสียของโรงแรมคือมีราคาแพง และมีเวลาการเช็คอิน-เช็คเอาท์ที่ค่อนช้างชัดเจน ถ้าตื่นสายก็อาจพลาดอาหารมื้อเช้าที่จ่ายรวมไปในค่าที่พัก และอาจจะไม่สามารถชวนเพื่อนมาพักด้วยได้

2. โรงแรมแคปซูล
ระยะเวลา: สั้น
ข้อดี: ราคา ตำแหน่งสถานที่
ข้อเสีย: เล็ก แบ่งที่นอนตามเพศ

โรงแรมแคปซูลเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของประเทศญี่ปุ่น เป็นโรงแรมที่ซาลารี่แมนญี่ปุ่นนิยมมาใช้บริการกันเป็นประจำ ลักษณะของที่พักจะมีเพียงห้อง หรือตู้เล็กๆ ที่มีขนาดพอสำหรับคนหนึ่งคนนอนเท่านั้น และแบ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนมาค้างที่โรงแรมแคปซูลแทนโรงแรมธรรมดาคือราคาที่ถูกกว่าโรงแรมทั่วไป แต่ผู้ที่ใช้บริการโรงแรมแคปซูลส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย จึงไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงคนเดียว คู่รัก หรือผู้ที่จะมาค้างเป็นกลุ่ม

3. เรียวกัง
ระยะเวลา: สั้น
ข้อดี: บรรยากาศดี
ข้อเสีย: ราคา ตำแหน่งสถานที่

เรียวกังคือโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่น ห้องพักปูด้วยเสื่อทาทามิ ประตูบานเลื่อน ที่นอนแบบฟุตง ห้องอาบน้ำรวม และอาหารเซ็ตญี่ปุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลิ้มรสชาติบรรยากาศแบบญี่ปุ่น แต่ว่าเรียวกังจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง และอาจหาพักยากกว่าโรงแรมทั่วไปโดยเฉพาะในกลางเมืองอย่างโตเกียว ส่วนในพื้นที่ชนบทมากๆจะถูกแทนด้วย “มินชูกุ” มีลักษณะคล้ายๆห้องพักให้เช่า

4. Airbnb
ระยะเวลา: สั้น
ข้อดี: ประสบการณ์ดีๆ(กับโฮสต์) หรือ อิสรภาพ (ในอพาร์ทเมนท์) จองง่าย มีอยู่หลายที่
ข้อเสีย: ราคา กฏเกณฑ์ การดูแล

Airbnb คือการเช่าอพาร์ทเมนท์หรือห้องพักโดยตรงจากเจ้าของบ้าน วิธีการจองคล้ายๆกับจองโรงแรม แต่ Airbnb จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า ถ้าคุณจองอพาร์ทเมนท์ทั้งตึก คุณก็จะสามารถกลับมาพักเมื่อไรก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถทำอาหารกินเองหรือชวนเพื่อนมาได้อีกด้วย ถ้าคุณเช่าห้องแบบอยู่ในบ้านโฮสท์ คุณก็อาจจจะได้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านอาหารดีๆจากโฮสท์อีกด้วย

ข้อเสียคือเราต้องทำความสะอาดเองเนื่องจากไม่มีพนักงานทำความสะอาด และต้องทำตามกฏที่เจ้าของห้องตั้งไว้อีกด้วย

5. โฮมสเตย์
ระยะเวลา: สั้น
ข้อดี: สะดวก ได้ฝึกภาษา
ข้อเสีย: ตำแหน่งสถานที่ ขาดความเป็นส่วนตัว

สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่น โฮมสเตย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่จะได้สัมผัสกับวัฒนธรรม รวมถึงพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนญี่ปุ่น โฮสท์จะเตรียมอาหารให้ รวมถึงพาเราไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่างๆ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเหงา

อย่างไรก็ตามการหาโฮมสเตย์นั้นยากกว่าการหาที่พักแรมทั่วๆไป สามารถลองหาข้อมูลได้จากHomestay in Japan, Borderless Homestay, Homestay.com และ Homestay Finder หรือหากใครไปเรียนต่อก็สามารถลองสอบถามทางโรงเรียนดูได้

6. แชร์เฮ้าส์ / เกสท์เฮ้าส์
ระยะเวลา: สั้น และยาว
ข้อดี: จองง่าย เดินทางสะดวก ได้เพื่อนใหม่เยอะ
ข้อเสีย: ไม่สะอาด ขาดความเป็นส่วนตัว

แชร์เฮ้าส์ และเกสท์เฮ้าส์ เป็นหอพักที่คนที่ย้ายมาทำงานหรือเรียนที่ญี่ปุ่นครั้งแรกมักจะเลือกพัก มีทั้งห้องสำหรับอยู่คนเดียว และห้องที่แชร์กับคนอื่น แชร์ห้องน้ำและห้องครัว รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางซึ่งจะมีคนมาคอยทำความสะอาดให้เรื่อยๆ ค่าที่พักจะจ่ายเป็นรายเดือน บางที่อาจจะมีค่าแรกเข้าครั้งแรกราคาเท่าๆกับค่าเช่าหนึ่งเดือน คุณสามารถพักอยู่นานเท่าไรก็ได้ และออกเมื่อไรก็ได้ที่อยากออก เพียงแค่แจ้งผู้ดูแลก่อนล่วงหน้าตามช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยมากคือล่วงหน้าหนึ่งเดือน

แชร์เฮ้าส์ และเกสท์เฮ้าส์ มีอยู่ทั่วไปในเมือง สามารถหาข้อมูลได้จากTokyo Apartments, Sakura House หรือ Tokyo Room Finder

7. อพาร์ทเมนท์ส่วนตัว
ระยะเวลา: ยาว
ข้อดี: สะดวก มีความเป็นส่วนตัว
ข้อเสีย: แพง โดดเดี่ยว

สำหรับคนที่มาอยู่ญี่ปุ่นนานและต้องการความเป็นส่วนตัว อพาร์ทเมนท์เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุด คุณสามารถเลือกรูปแบบอพาร์ทเมนท์ได้ มีตั้งแต่ห้องขนาดใหญ่ไปจนถึงห้องคับแคบแบบพอมีที่ซุกหัวนอน และสามารถหาพักได้แทบทุกแห่งในเมือง ข้อเสียของอพาร์ทเมนท์คือมีราคาแพง และไม่ใช่แค่ราคาค่าเช่ารายเดือนเพียงอย่างเดียว แต่จะมีค่าแรกเข้า ค่านายหน้า ค่าทำความสะอาด ค่ากุญแจ และหากคุณไม่มีคนรู้จักเป็นคนญี่ปุ่น คุณยังต้องใช้บริการของบริษัทประกันเพื่อให้ค้ำประกันเช่าอพาร์ทเมนท์ให้อีกด้วย ซึ่งก็เป็นเงินจำนวนอีกไม่น้อยเลย

วิธีการหาอพาร์ทเมนท์ ก่อนอื่นคุณจะต้องไปที่ “ฟุโดซัง” ซึ่งเป็นบริษัทแนะนำห้องเช่า ในปัจจุบันมี ฟุโดซังที่ สามารถพูดภาษาอังกฤษ และให้บริการชาวต่างชาติอยู่มากมายอาทิเช่น Tokyo Apartments, Agharta และ Leopalace

8. หอพัก (สำหรับนักเรียน)
ระยะเวลา: สั้น และยาว
ข้อดี: จองง่าย สะดวก
ข้อเสีย: ไม่สะอาด ขาดความเป็นส่วนตัว

หอพักนักเรียนสามารถจองผ่านโรงเรียนได้ จึงค่อนข้างสะดวก และยังมีราคาถูก ปัญหาส่วนใหญ่คือมักจะไม่ค่อยสะอาดและขาดความเป็นส่วนตัว รวมถึงยังมีกฏมากมายที่ต้องทำตามด้วย

6. แชร์เฮ้าส์ / เกสท์เฮ้าส์

รูปแบบห้องในอพาร์ทเมนท์ญี่ปุ่น
รูปแบบของอาคารอพาร์ทเมนท์ในญี่ปุ่นมักจะอยู่ระหว่าง 1R (One Room มีหนึ่งห้อง โดยห้องนอนและห้องครัวรวมกันเป็นห้องเดียว) ถึง 4LDK (มีนอน 4 ห้อง + Living ห้องนั่งเล่น Dining ห้องอาหาร Kitchen ห้องครัว) ในบรรดาอพาร์ทเมนท์นั้นโดยมากจะมีพื้นที่ประมาณ 20-25 ตารางเมตรโดยเป็นแบบ 1R และ 1K (หนึ่งห้อง + ห้องครัวแยก) ค่ะ ส่วนแบบ 3DK และแบบอื่น ๆ นั้นก็มีแต่หาได้ยากค่ะ

ความแตกต่างระหว่างอพาร์ทเมนท์และแมนชั่นในญี่ปุ่น
อพาร์ทเมนท์และแมนชั่นในญี่ปุ่นนั้นจะต่างจากคำนิยามที่พบในประเทศอื่น ๆ ค่ะ คำว่า “แมนชั่น” (マンション / Mansion) ในทางตะวันตกนั้นจะหมายถึงคฤหาสน์หรือบ้านหรูที่มีราคาแพงค่ะ แต่ในญี่ปุ่นความหมายนั้นแตกต่างกัน ซึ่งจะใกล้กับความหมายของคำว่า “อพาร์ทเมนท์” ของทางตะวันตกมากกว่าค่ะ

ในทางตรงกันข้าม “อพาร์ทเมนท์” (アパート / Apartment) ของทางตะวันตกก็คือคอนโดมิเนียมที่มีขนาดเล็กลงมานั่นเองค่ะ

ในความเป็นจริงไม่มีการจำกัดความที่ชัดเจนระหว่างคำว่า “อพาร์ทเมนท์” กับ “แมนชั่น” ในญี่ปุ่น ในหลายกรณี บริษัทอสังหาริมทรัพย์ (不動産会社 / Fudosan-gaisha) แต่ละแห่งจะมีคำจำกัดความที่แตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทุก

ค่าเช่าอพาร์ทเมนท์ในญี่ปุ่น
หากคุณต้องการเช่าอพาร์ทเมนท์ในญี่ปุ่น คุณควรไปที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ หรือ ฟุโดซังไกฉะ (สำหรับบริการอสังหาริมทรัพย์รายย่อยจะเรียก ฟุโดซังยะซัง 不動産屋さん) ค่ะ ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์คุณสามารถดูอสังหาริมทรัพย์ได้มากมายหลายที่ในครั้งเดียว จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายบริษัทนั้นคุณควรเลือกบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการติดต่อกับชาวต่างชาติเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น Aonissin (青日進) และ Global Trust Network (グローバルトラストネットワーク) ซึ่งรองรับหลายภาษา เช่น อังกฤษ จีน และเกาหลีค่ะ

นอกจากนี้ ในการเช่าอพาร์ตเมนต์ในญี่ปุ่นยังมีเอกสารที่จำเป็นอยู่ 4 อย่าง คุณต้องเตรียมเอกสาร 4 อย่างดังต่อไปนี้ค่ะ

บัตรประจำตัวผู้อยู่อาศัย (在留カード / Residency card) หรือทะเบียนผู้อยู่อาศัย (住民票 / Certificate of Residency)
ใบรับรองผู้ค้ำประกัน (連帯保証人の証明書 / Joint guarantor certificate) และใบรับรองตราประทับ (印鑑証明書 / seal certificate)
ใบรับรองตราประทับของผู้ทำสัญญาเช่า (契約者本人の印鑑証明書 / Contractor’s personal seal certificate)
ใบชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายของผู้ทำสัญญาเช่า (契約者本人の源泉徴収票 / Tax certificate slip of the contractor)
นอกจากนี้ อาจมีเอกสารอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ ขึ้นอยู่กับบริษัทอสังหาริมทรัพย์หรือตัวอสังหาริมทรัพย์ การถามว่าเอกสารใดที่จำเป็นสำหรับการทำสัญญาเช่าระหว่างที่คุณกำลังหาอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นความคิดที่ดีค่ะ ออกแบบบ้าน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *