รีวิวหนังสยองขวัญ เป็นชู้กับผี ที่จะทำให้คุณหลอนไปอีกนาน

รีวิวหนังสยองขวัญ เป็นชู้กับผี ที่จะทำให้คุณหลอนไปอีกนาน

เบื้องหลัง : เปนชู้กับผี The Unseeable [ Behind the Scenes ] - YouTube

รีวิวหนังสยองขวัญ การจบเรื่องด้วยวิธีการ “หักมุม” หนังพาคนดูย้อนกลับไปในยุค พ.ศ.2477…”นวลจัน” (ศิริพันธ์ วัฒนจินดา) สาวน้อยจากต่างจังหวัดได้หอบท้องโย้เข้ามาสู่เมืองกรุงเพราะต้องการตามหาสามี “ชอบ” นักไวโอลินหนุ่มที่บอกลาเธอมาด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถบอกได้

เธอได้เข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ชวนให้ประหลาดและหวั่นใจในความลี้ลับ ทั้งสิ่งที่มองเห็นและไม่เห็น รวมถึงตัวบุคคล ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เด็กผู้หญิงชุดไทย, เงาของชายหนุ่มที่ถือจอบขุดดิน, สมจิตร แม่บ้านผู้ที่แต่งชุดดำและถือตะเกียงอยู่ตลอดเวลาทั้งกลางวันกลางคืน, ช้อย เพื่อนเพียงคนเดียวในบ้าน, ยายเอิบ ที่ถูกช้อยมองว่าเป็นผีปอบ รวมไปถึงตัวของ รัญจวน (สุพรทิพย์ ช่วงรังษี) คุณนายม่ายผู้เป็นเจ้าของบ้าน

นวลจันถูกความแปลกและบรรยากาศที่ลึกลับของบ้านเช่าหลังดังกล่าวเล่นงานเสียจนกระทั่งตัดสินใจที่จะไปอยู่ที่อื่น ทว่าเธอกลับคลอดลูกอ่อนออกมาเสียก่อน

ระหว่างอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวเพื่อเลี้ยงลูกน้อย นวลจันได้รับรู้ถึงตัวตนของคุณนายรัญจวนมากยิ่งขึ้นจากการบอกเล่าของสมจิตรเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของผู้เป็นนายต่อคุณผู้ชายที่ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมๆ กันนั้นเธอก็ได้รับรู้จากปากของช้อยถึงความลึกลับของผู้เป็นเจ้าของบ้านต่อมีพฤติกรรมที่อาจจะซ่อน “ชายชู้” ไว้ในบ้านเพื่อคอยปรนเปรออารมณ์แห่งความใคร่!

วันหนึ่งนวลจันได้ยินเสียงสีไวโอลินแว่วดังลอยผ่านมา เธอรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะจำได้ว่ามันเป็นเสียงเพลงจากชอบผู้เป็นสามี และเธอก็ได้พบกับเขาในบ้านหลังนั้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม การพบกันครั้งนี้กลับทำให้เธอเจ็บปวดมากยิ่งขึ้นเมื่อได้รับรู้กระทั่งเข้าใจว่า “ชายชู้” ของคุณนายม่ายเจ้าของบ้านที่ช้อยบอกนั้นอาจจะเป็นสามีของเธอเอง

เพราะความโกรธที่ถูกแย่งของรัก ทำให้นวลจันบุกเข้าไปหารัญจวนทันที แต่เธอกลับได้รับรู้เรื่องที่ชวนให้ช็อกยิ่งขึ้นไปอีก เพราะแท้ที่จริงแล้วกลับเป็นเธอเองต่างหากที่ได้ชื่อว่าอยู่ในฐานะของการเป็น “ชู้” ก่อนที่ทุกๆ เรื่องราวจะได้รับการเฉลยออกมา ไม่ว่าจะเป็นความแปลกประหลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น และ “สถานะ” ที่แท้จริงของคนทุกคนที่อยู่ในบ้าน

ซึ่งก็รวมถึงตัวของนวลจันเอง…

ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนัง “ฟ้าทะลายโจร” และ “หมานคร” ที่ผ่านมา คงจะมีส่วนที่ทำให้แฟนหนังของ “วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง” ตั้งความหวังไว้ว่า ผลงานการกำกับล่าสุดของเขาเรื่องนี้จะต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแฝงอยู่ไม่มากก็น้อย

ทว่าเอาเข้าจริงๆ มันเกือบจะไม่มีอะไรเลยใน “เปนชู้กับผี” ที่ว่านี้

การสร้างความบรรยากาศของความน่ากลัวผ่านภาพที่ออกมาด้วยโทนสีอึมครึม เสียง มุมกล้องแทนสายตา และจังหวะของเสียงดังที่ชวนให้สะดุ้งตกใจค่อนข้างจะได้ผลในระยะแรกๆ แต่ด้วยการดำเนินเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่ไปไหน ย้ำอยู่ที่เดิมๆ ไม่มีอะไรคืบหน้านั่นเองที่ส่งผลให้ความน่ากลัว ความเสียวสันหลัง ความอยากรู้อยากเห็น และความอึดอัดที่เกิดขึ้นในระยะแรกๆ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเป็นความน่าเบื่อ กระทั่งท้ายที่สุดก็คือความน่ารำคาญ

หนังพยายามชี้ให้เห็นถึง “ความสำคัญ” ของเรื่องผ่าน “ความรัก” ของตัวละคร 3 ตัว อย่าง นวลจัน, ชอบ และ รัญจวน ทว่าในความเป็นจริงที่ออกมานั้นในความสัมพันธ์ของทั้งสามกลับเป็นไปอย่างเบาบางจนแทบจะมองไม่เห็น ไม่มีเรื่องและเหตุผลอะไรเลยที่จะชวนให้คิดได้ว่าพวกเขารักหรือผูกพันกันขนาดไหน ประโยคคำถามในเรื่องความรักของหญิงม่ายรัฐจวนที่ว่า…เมื่อเรารักใคร…เราควรรักเขาไปจนตายหรือเปล่า? ที่น่าจะเร้าอารมณ์ของคนดูให้เกิดอาการซาบซึ้งคล้อยตามและน่าเห็นใจ กลายเป็นเพียงประโยค “ยัดเยียด” ที่คนเขียนบทใส่เข้ามาเท่านั้น

เมื่อที่ประเด็นสำคัญที่เป็นบ่อเกิดของเรื่องทั้งหมดปรากฏจุดอ่อนแบบไม่น่าให้อภัยเช่นนี้ ความพยายามอุตส่าห์ใส่ใจ เอาเรื่องราวของตัวละครออกมาเล่าเป็นบทสรุปในตอนท้าย เพื่อที่จะตอบคำถามที่ว่า ทำไม หรือมันมีที่มาที่ไปอย่างไร ในเรื่องของความลึกลับ ความแปลกประหลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในบ้าน กลายเป็นสิ่งที่ดูฟุ่มเฟือย รกรุงรัง ขึ้นมาทันที

รวมรูปภาพของ เปนชู้กับผี รูปที่ 36 จาก 55

รีวิวหนังสยองขวัญ  ในหนังทั่วไปหากมีการดำเนินเรื่องที่ดี ชวนให้น่าติดตามอย่างมีเหตุผล และมี “อะไร” ที่เป็นเสมือนกับจิ๊กซอว์ของ “ลูกกุญแจ” ที่เป็นส่วนสำคัญในการ “ไขปริศนา” ของ “ความลับ” หรือ “คำเฉลย” แห่งบทสรุปในตอนท้ายออกมาอย่างแนบเนียน แน่นอนว่าโอกาสที่วิธีการเช่นนี้จะสัมฤทธิ์ผลด้วยการทำให้คนดูมีอารมณ์เชื่อ คล้อยตาม และมีอาการอึ้งนั้นก็มีอยู่สูงทีเดียว

ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมด้วยว่าผลร้ายของการจบด้วยวิธีการเช่นนี้บางทีบางครั้งนอกจากจะไม่ใช่คะแนนที่เป็นศูนย์แล้ว หนังเรื่องที่ว่าอาจจะถึงกับติดลบทางด้านความรู้สึกไปเลยทีเดียวหากขาดการเล่าเรื่องที่ชวนให้น่าน่าเชื่อถือ และไม่เคยมีอะไรที่เป็นการบ่งบอกถึง “รหัส” (ที่มีเหตุผล) แห่งบทสรุปในตอนท้ายออกมา หรือถ้ามีก็ยกคำอธิบายให้กับเหตุผลของความต้องการ “อารมณ์น่ากลัว” อย่างเดียวเหมือนกับที่หนังผีไทยหลายเรื่องในปัจจุบันกำลังทำอยู่

โชคยังดีที่ “เปนชู้กับผี” ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น

เปนชู้กับผี จึงกลายเปนภาพยนตร์ที่สะท้อนห้วงอารมณ์ ความรู้สึกของปวงชนชาวไทย (ในมุมมองผู้กำกับ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) ต่อเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. ๒๕๔๙ การไม่ยินยอมรับอดีตของตนเอง คอรัปชั่นฝั่งรากหยั่งลึก มันหวนย้อนกลับมาหลอกหลอน เขย่าขวัญ สั่นประสาท นี่เราต้องพบเจออะไรๆแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไปจนชั่วกัปกัลป์เลยหรือ!

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง (เกิดปี พ.ศ. ๒๕๐๗) ผู้กำกับ/นักเขียน ภาพยนตร์ชาวไทย เกิดที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, เริ่มทำงานโฆษณากับ บริษัท ลินตาส (ประเทศไทย) จำกัด ในตำแหน่งครีเอทีฟ, เข้าสู่วงการภาพยนตร์ด้วยการเขียนบท ๒๔๙๙ อันธพาลครองเมือง (พ.ศ. ๒๕๔๐), นางนาก (พ.ศ. ๒๕๔๒), ก้าวขึ้นมากำกับ ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ. ๒๕๔๓), หมานคร (พ.ศ. ๒๕๔๗)

“จุดเริ่มต้นคือคุณเชน ไฟว์สตาร์อยากให้ทำหนังผีซักเรื่อง เราก็สนใจ หลังจากรับปากแล้วเราก็กลับไปค้นคว้าเรื่องผีของไทยโบราณ ก็ไปนึกถึงนิยายผีของครูเหม เวชกร ซึ่งเราอ่านตั้งแต่เด็กๆ และเปนภาพที่ฝังใจเรามาตลอด”

– วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

เมื่อพูดถึงผีไทยในอดีต มักมีลักษณะ ‘ผีอาละวาด’ ว่ากันว่าน่าจะเปนประเทศเดียวในโลกที่แหกอก ควักไส้ ตาหลุด ลิ้นยาว หน้าเละๆ เอกลักษณ์ประจำชาติเลยก็มั้งนะ แต่การมาถึงของ New Asian Horror ผีญี่ปุ่นเริ่มจาก The Ring (1998), Ju-on: The Grudge (2002) หน้าขาวๆ ผมยาวๆ ดำๆ พอเห็นมันประสบความสำเร็จ สร้างความหลอกหลอน ตราตรึง ผู้สร้างหนังไทยก็เลยคัทลอกเลียนแบบตาม ทอดทิ้งวิถีทางเดิมๆไทยแท้แทบหมดสิ้น

“ผมชอบหนังผี เรื่องผีของครูเหม เวชกร นี่ชอบมาก อ่านมาตั้งแต่เด็กๆ สมัยนั้นร่ำลือกันว่าเรื่องผีของแกสยองขวัญมาก มาอ่านสมัยนี้อาจจะเฉยๆแล้ว … รูปประกอบของครูเหมก็น่ากลัว เขาไม่ได้เขียนแค่ภาพประกอบง่ายๆ แต่เขาเขียนเปนแสงเงา เหมือนกับจัดแสงให้เราเสร็จเลย”

เหม เวชกร ชื่อจริง หม่อมหลวงเหมเวชกร ทินกร (พ.ศ. ๒๔๔๖ – ๒๕๑๒) ศิลปินจิตรกรชาวไทย เกิดที่ตำบลพระราชวัง อำเภอและจังหวัดพระนคร บุตรของหม่อมราชวงศ์หุ่น ทินกร กับหม่อมหลวงสำริด พึ่งบุญ ครั้นพ่อแม่แยกทางเลยไปอยู่กับหม่อมราชวงศ์แดง ทินกร ทำให้มีโอกาสพบและเปนผู้ช่วย Carlo Rigoli จิตรกรชาวอิตาเลียน ที่เขียนภาพบนเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคม สอนให้หัดวาดเส้น ลวดลายต่างๆ รู้สึกชอบพอในอัธยาศัยและฝีมือของเหมมาก แต่โชคชะตาพลันแปรให้ร่อนเร่พเนจร (พ่อแม่ ต่างปลัดกันแย่งยื้อตัวเขาไว้ แต่กลับไม่มีใครเลี้ยงดูแลอย่างจริงจัง) เคยทำงานนายท้ายเรือโยงขึ้นล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ช่างเครื่องจักรไอน้ำ สร้างเขื่อนพระรามหก กลับเข้ากรุงเทพฯ เปนช่างเขียนในกรมตำราทหารบก นักดนตรีฉายหนังเงียบ เขียนปกนวนิยาย กระทั่ง พ.ศ. ๒๔๗๘ ร่วมกับเพื่อนเปิดสำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ ขายนิยายราคาถูก ปกภาพเขียนฝีมือของเหม สอดสีสวยงาม ราคา ๑๐ สตางค์ ดูหนังออนไลน์

เหม เวชรกร ได้รับฉายา ‘จิตรกรเทวดา’ มีผลงานวาดภาพประกอบกว่า ๔๐,๐๐๐ ชิ้น หลายภาพพบในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไทย จิตรกรรมพุทธประวัติ ประกอบชาดก วรรณคดี นวนิยายอีกนับไม่ถ้วน แต่ที่โดดเด่นดังคือผลงานเขียนเรื่องผีกว่าร้อยเรื่อง จนได้รับอีกฉายา ‘บิดาแห่งผีไทย’ ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างบรรยากาศเฉพาะตัว ลักษณะนิ่งเงียบ เย็นยะเยือก มีความโบราณเล่นกับวิถีความเชื่อ ความกลัวของคนไทย อาทิ เสียงบันไดเอี๊ยดอ๊าด นกแสกร้อง น้ำหยด ลมหายใจรดต้นคอ ฯ ปัจจุบันที่หลงเหลืออยู่เพียง ๕ เล่ม คือ วิญญาณที่เร่ร่อน, ปีศาจของไทย, ผู้มาจากเมืองมืด, ผู้ไม่มีร่างกาย และใครอยู่ในอากาศ เห็นว่าช่อง ITV เคยเอามาทำเปนละครชุด ผี!!…วิญญาณและความผูกพัน (พ.ศ. ๒๕๔๖) จำนวน ๑๘ ตอน

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *