รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

รีวิวหนังดี ม.3 ปี4 เรารักนาย ที่คุณไม่ควรพลาด ภาพยนตร์เนื้อหาดีๆ

ม.3 ปี 4 เรารักนาย - ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังดี  ม.3 ปี 4 เรารักนาย เรื่องเริ่มมาจาก “นัท” เด็กหนุ่มชั้นม.3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ นัทรู้จักกับ “แจน” เด็กสาวชั้นม.3 เหมือนกันมั๊ง ที่โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดภูเก็ต (คิดว่านะ) ผ่านทาง msn โดยที่ทั้งคู่ไม่เคยเจอหน้ากัน

แจนอาศัยอยู่กับแม่และพี่สาวชื่อ “จูน” โดยแม่เปิดร้านติ่มซำอยู่ที่ภูเก็ต (ร้านภูเก็ตติ่มซำ) จูนเรียนอยู่ปี 4 ที่มหา’ลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต (ภูเก็ตมีมหาลัยอะไรมั่งวะเนี่ย…อันนี้ไม่รู้จริง ๆ ไม่ได้จับผิด) โดยหลังจากที่พ่อเสีย จูนก็ต้องดูแลแม่และน้อง ทำให้จูนเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกห้าว ดุ โหด แถมหวงน้องสาวอีกต่างหาก ส่วนนัทก็มีพี่ชาย 1 คนชื่อ “ธีร์” เป็นนักศึกษาทันตแพทย์ปี 4 ซึ่งกำลังเป็นทันตแพทย์ฝึกหัดอยู่ที่โรงพยาบาลกลาง โดยมีคนไข้ที่ต้องดูแลประจำคือ “ป้าแหม่ม”

(จริง ๆ เป็นยายได้แล้ว) ธีร์เป็นชายหนุ่มที่มีสาว ๆ ติดตรึม ก็แน่ล่ะ หน้าตาก็ดี (แต่เราว่าไม่ใช่เทรนด์สาวสมัยนี้นะ แต่ก็ดูดีกว่าเราแน่นอน) มีตังค์ (คอนโดหรู ขับรถมินิคูเป้ แพงโคตร ๆ ๆ ๆ) สาว ๆ ที่ไหนก็อยากได้ไปเป็นแฟนทั้งนั้น ทำให้ธีร์เบื่อผู้หญิงพวกนี้มาก แต่แล้วธีร์ก็ได้เจอหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งหน้าตาสวยใส่ชุดหรูแต่ใส่รองเท้าผ้าใบยืนเปลี่ยนยางรถอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามผับที่ธีร์มาเที่ยว ธีร์เกิดความประทับใจในหญิงสาวลึกลับคนนั้นมาก แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปเจอเธอได้ที่ไหน ป้าแหม่มก็ช่วยลุ้นกับความรักของธีร์ โดยขั้นแรกคือ “ต้องไปรอในที่ที่เจอ”

หลังจากที่นัทได้ดูรูปของแจน จู่ ๆ นัทก็มาปรากฏตัวที่หน้าบ้านของแจนโดยไม่ได้บอกกล่าวก่อน ซึ่งก็ทำให้จูนไม่ค่อยจะชอบใจนัก ทำตัวขวาง ๆ นัทกับแจนอยู่เรื่อยไป และด้วยความที่อยู่ ๆ นัทก็หายไปจากบ้าน ธีร์ก็เป็นห่วงน้องชายเลยโทรตาม แต่เสียงที่รับกลับเป็นเสียงของจูน ธีร์ก็เลยว๊ากใส่หาว่าเป็นยัยป้าแก่ ๆ มาหลอกน้องชายของธีร์ แน่ล่ะว่าใครเจอแบบนี้ก็ปรี๊ดแตกทั้งนั้นแหละ ซึ่งอารมณ์ร้อนแบบจูนไม่มีทางที่จะเย็นลงแน่ แต่พอธีร์มาเจอจูนก็ถึงกับอึ้ง เพราะจูนก็คือหญิงสาวลึกลับคนนั้น แต่จูนเองคงไม่ได้รู้สึกประทับใจด้วยแน่นอนล่ะ (งานนี้มีเละ เสียงกรี๊ดดังสนั่น)

ด้วยคำเชียร์ของป้าแหม่มว่า…ต้องเคลียร์ ธีร์ถึงกับลงทุนด้วยการนั่ง “เครื่องบิน” ไปหาจูนที่ “ภูเก็ต” ทุกเช้าเพื่อไปทำคะแนนชนะใจจูน แล้วก็กลับมาดูแลป้าแหม่มต่อตอน “9 โมงครึ่ง” ที่โรงพยาบาลกลางทุกเช้า ซึ่งก็ทำคะแนนได้เยอะล่ะ เพราะต่อหน้าแม้จูนจะตีหน้ายักษ์ใส่ แต่ลับหลังก็แอบอมยิ้มกับพฤติกรรมของธีร์บ่อย ๆ โดยมีนัท แจนและแม่ของ 2 พี่น้องคอยลุ้นอยู่ (แจนนี่ลุ้นแบบออกนอกหน้าทีเดียว ถึงขั้นที่ขอคำสัญญาจากธีร์ว่า “อย่าทำให้พี่จูนเสียใจนะ”)

แต่จูนก็ใช่ว่าจะไม่มีคนสนใจ ยังมีเพื่อนชายอีกคนคือ “บอย” ที่แอบชอบจูนเงียบ ๆ แต่เมื่อเห็นธีร์มาวุ่นวาย ก็เลยสารภาพรักด้วยวิธี…ดักจูนแล้วดึงมากอดแล้วก็พูดว่า เราชอบจูนนะ เราไม่อยากเสียจูนให้คนอื่นไป (ประทานโทษ หน้าตากับวิธีการนี่ขัดกันอย่างเห็นได้ชัดเจนสุด ๆ หน้าตาพี่ท่านเนี่ย ออกโหด ๆ มีสักด้วย แต่ดันมาทำวิธีเด็กอมมือมากซะยังงั้น) บังเอิญตอนที่กอดเนี่ย ธีร์ดันมาเห็นพอดี ธีร์ก็เลยเกิดอาการงอนหนีกลับกรุงเทพทันที

ธีร์กลับมากรุงเทพด้วยใจที่บอบช้ำจากภาพบาดตา กลับต้องมาเจอความโหดร้ายซ้ำสอง เมื่อเขากลับมาหาป้าแหม่มที่โรงพยาบาล กลับกลายเป็นว่าป้าแหม่มเสียชีวิตแล้วเมื่อเช้านี้…ป้าแหม่มที่เป็นโค๊ชที่คอยแนะนำเรื่องความรักให้ธีร์จากโลกนี้ไปแล้ว

ขณะที่ชีวิตและจิตใจธีร์บอบช้ำถึงขั้นปล่อยตัวเละเทะเมามาย ความสัมพันธ์ของนัทและแจนเองก็เริ่มเกิดรอยร้าวขึ้นมาเช่นกันเมื่อแจนไม่พอใจที่ธีร์หนีจูนกลับกรุงเทพโดยไม่ยอมรับรู้ความจริง แจนรู้สึกว่าการกระทำแบบนี้ “ไม่แมนเลยว่ะ” ส่วนนัทก็ตอกกลับไม่แพ้กันว่า “ไม่นึกว่าผู้หญิงภูเก็ตจะเป็นแบบนี้”
ทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โตถึงขั้นตัดความสัมพันธ์กัน แต่ถึงแม้ความสัมพันธ์จะขาดกันไป แต่ 2 คนพี่น้องก็ยังมีเยื่อใยให้อีกฝ่ายอยู่ ธีร์เองก็ยังแอบบินไปดูจูนอยู่บ้าง ส่วนนัทเองก็เพียรเฝ้าหน้าจอ msn ทุกวันว่าเมื่อไหร่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ร่าเริงคนนั้นจะกลับมาออนไลน์อีกครั้ง

เมื่อธีร์ทำใจได้ ธีร์ก็ตัดสินใจกลับไปเพื่อจะขอโทษจูน แต่ทันทีที่ลงจากรถ ภาพที่ธีร์เห็นคือขบวนแห่งานศพแบบจีน มีจูนเดินนำหน้า ในมือถือรูปของแจน…แจนเสียชีวิตแล้ว (ไอ้คนเขียนบทแม่งโคตรโหดเลยว่ะ)

สาเหตุของการเสียชีวิตก็คือ วันนึงขณะที่ 2 คนพี่น้องขับรถไปส่งของตามปกติ วันนั้นฝนตกหนักมาก ที่ปัดน้ำฝนซึ่งจูนปฏิเสธว่าจะซ่อมมาตั้งแต่ต้นเรื่องก็ยังเสียอยู่ จูนก็ขับรถไปพลางชะโงกตัวมาเช็ดกระจกไปพลาง แล้วก็มีรถบรรทุกวิ่งสวนทางมา จูนหักหลบจนรถพลิกคว่ำหลายตลบ จูนเจ็บหนัก แจนเสียชีวิต ซึ่งเป็นปมที่ทำให้จูนโทษตัวเองตลอดว่า…จูนทำให้แจนตาย

ธีร์เองก็พยายามที่จะคอยดูแลปลอบใจจูน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น วันหนึ่งจูนเปิดคอมและ msn ของแจน ก็เห็นนัทซึ่งเพียรพยายามที่จะขอโทษแจนตลอดเวลา
จูนก็พิมพ์ตอบกลับไปโดยสมมติว่าตัวเองเป็นแจน ในตอนนั้นธีร์กำลังจะบอกนัทว่าแจนเสียแล้ว แต่เสียง msn ที่ดังขึ้นมาทำให้นัทหันมาดูแล้วก็พูดอย่างดีใจว่า “เดี๋ยวนะพี่ขอคุยกับแจนก่อน”

ธีร์ลากตัวจูนออกมาแล้วพยายามพูดให้จูนเข้าใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาไม่ใช่ความผิดของจูนเลย และตอนนี้จูนกำลังทำอะไรอยู่ แต่จูนก็ไม่พยายามจะเข้าใจ ซ้ำยังออกปากไล่ให้ธีร์กลับกรุงเทพไป ธีร์กลับกรุงเทพมาแล้วเจอนัทกำลังคุย msn อยู่ ธีร์เลยบอกนัทว่าให้บอกไปว่าธีร์อยากคุยกับจูน

ขอให้แจนบอกให้จูนรับโทรศัพท์หน่อย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จูนมองโทรศัพท์ แล้วก็เห็นแจนมานั่งอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าให้จูนรับโทรศัพท์ของธีร์ จูนรับโทรศัพท์แต่ไม่ได้พูดอะไร เมื่อจูนหันกลับมา แจนหายไปแล้ว จูนทิ้งโทรศัพท์ร้องเรียกหาแจนแล้ววิ่งไปทั่วบ้าน ธีร์ได้ยินโดยตลอดจึงบอกกับนัทว่า พรุ่งนี้เราไปภูเก็ต ไปหาแจนด้วยกันนะ…

จูนวิ่งหาแจนที่ไม่มีทางหาเจอจนเหนื่อยจึงกลับมาที่บ้าน พบแม่นั่งร้องไห้อยู่ จูนปลอบแม่ว่า แม่ร้องไห้ทำไม แม่อย่าร้องไห้สิ แม่ร้องไห้แล้วไม่สวยเลยนะ แจนเคยบอกว่าแม่ยิ้มแล้วสวยที่สุดเลย แม่หันมามองจูนแล้วบอกว่า “ในชีวิตแม่มีเรื่องเศร้าอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่พ่อเสีย ครั้งที่ 2 ที่น้องแจนเสีย แล้วตอนนี้แม่ก็กำลังจะเสียจูนไปอีกคน จะไม่ให้แม่เศร้าได้อย่างไร”

เมื่อนัทมาถึงก็ได้ทราบความจริงว่าแจนเสียแล้ว นัทขอร้องให้พาไปที่แหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นที่ ๆ แจนบอกว่าเป็นที่สำคัญของแจน และเป็นที่ ๆ แจนกับนัทสัญญากันว่า เมื่อถึงเวลาแล้วจะบอกว่าที่นี่สำคัญอย่างไร แจนเคยบอกว่า มันยังไม่ถึงเวลา จูนเองก็พูดกับนัทแบบเดียวกัน เมือถึงเวลาที่เหมาะสม

แสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาเป็นลำสะท้อนกับผิวน้ำทะเลสวยงามมาก จูนบอกว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่พ่อขอแม่แต่งงาน จู่ ๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้านัทก็คือ แจน สาวน้อยใน msn ที่เขารัก ทั้งสองกอดกันพลางพร่ำบอกถึงความคิดถึงที่มีต่อกัน และแจนพูดว่าเสียดายที่ไม่อาจรักษาสัญญาที่อีก 20 ปีจะมาที่นี่ด้วยกัน แล้วก็อะไรต่าง ๆ อีกมากมาย (จำไม่ได้)

ตอนนี้ความเศร้าในใจของทุกคนเรื่องแจนก็มลายสิ้นไปแล้ว ธีร์ก็บอกกับจูนว่า “เราคบกันได้มั๊ย” แต่คำพูดของจูนคือ “เราคบกันแบบเพื่อนไม่ได้เหรอ” คำตอบที่ธีร์ตอบกลับมาคือ “ถ้าเรารักใครแล้ว เราไม่อาจเป็นเพื่อนกับคน ๆ นั้นได้หรอก” (โดนใจว่ะ บางคนชอบถามเหลือเกิน เป็นแฟนไม่ได้แล้วเป็นพี่น้องหรือเพื่อนกันได้มั๊ย คำตอบก็นี่ไงล่ะ)

ธีร์และนัทกลับไปแล้ว จูนถามแม่ว่า เวลาที่แม่ลังเลใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร แม่จะทำอย่างไร…แม่ตอบว่า ต้องถามความรู้สึกตัวเองสิว่าเราต้องการอะไรกันแน่…

จูนยืมรถจักรยานปั่นมาเพื่อจะมาหาธีร์ที่สนามบิน แต่ก็สายไป…

ที่ร้านเน็ท จูนออน msn ของแจน แล้วก็บอกผ่านไปยัง msn ของนัทว่า จูนก็รู้สึกดี ๆ กับธีร์นะ แต่สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นทำนองว่า ธีร์ไม่อาจรับความรู้สึกแค่เพื่อนของจูนได้ (อะไรทำนองนี้แหละ จำไม่ได้แล้ว) แล้วก็มีเสียงนึงถามว่า

“คุยกับใครอยู่เหรอ”
“ก็คุยกับธีร์…ธีร์”

เว็บดูภาพยนตร์ไทย มาสเตอร์ HD: ม 3 ปี 4 เรารักนาย

รีวิวหนังดี  ชายหนุ่มยืนอยู่ข้างหลังหญิงสาว เขาไม่ได้บินกลับกรุงเทพไปหรอก คนที่พิมพ์ตอบมาก็คือนัทนั่นเอง ซึ่งธีร์ก็บอกจูนว่า อย่าไปโกรธนัทเลย นัทพูดแทนความรู้สึกของธีร์ทั้งหมดแหละ….

และเรื่องราวปัญหาความรักของทั้งคู่ก็จบลงอย่างสวยงาม

เหมือนจะดีเนอะ แต่ขอวิจารณ์หน่อยล่ะกัน

อย่างแรกที่ทำให้รู้สึกอยากไปดู เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ จนน่าแปลกใจ “โปสเตอร์ครับ” คือนั่งรถผ่านแล้วมองไปที่โปสเตอร์เรื่องนี้แล้วเห็นภาพนางเอกมุมนึง…ช่างเหมือนกับคน ๆ นึงที่เรารู้สึกดี ๆ ด้วยมากเหลือเกิน โอเคคน ๆ นั้นอาจจะไม่สวยใสเท่านางเอก แต่มุมนั้นพอมองแล้วให้ความรู้สึกว่า…เหมือนจริง ๆ เห็นแล้วคิดถึงเลย เหตุผลมีแค่นี้จริง ๆ เพราะเรื่องรักผ่านเน็ทอะไรเนี่ยไม่มีเรื่องไหนสู้เรื่อง You’ve got mail. ที่ทอม แฮงค์ เล่นคู่กับเมก ไรอัน เมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้หรอก เรื่องนั้นเป็นเรื่องแรกของโลกที่จับประเด็นเรื่องรักผ่านเน็ทเลยทีเดียว และเป็นภาพยนตร์ที่ถือว่าขึ้นหิ้งไปแล้ว

แต่เมื่อดูจบ ความรู้สึกก็คือ…

ข้อดี

1. ภาพสวย ไม่ได้หมายถึงมุมกล้องหรือองค์ประกอบภาพนะ อันนั้นเราว่าไม่เวิร์ก แต่ภาพสวยในที่นี้คือ เป็นหนังไทยเรื่องแรก (ที่เราเคยดู) ที่เน้นการเล่นโทนสีเพื่อบรรยายอารมณ์ในแต่ละฉาก อย่างช่วงที่แจนยังอยู่โทนสีก็จะออกสดใส พอแจนเสียชีวิตไปโทนสีก็จะกลับเป็นโทนสีขาวดำ ให้ความรู้สึกเศร้าสร้อย หม่นหมอง อึมครึม แต่ตอนท้ายเรื่องจะเน้นโทนสีอุ่น เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงอารมณ์จากความอบอุ่นในใจของตัวละคร

2. นักแสดงน่ารักดีทั้งบัว (จูน) และแจม (แจน) ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่ารูปบัวนั้นแหละที่ทำให้เราไปดูเรื่องนี้ แต่พอดูแล้วบอกเลยว่าแจมข่มบัวได้เยอะกว่ามาก ด้วยภาพลักษณ์ใส ๆ ร่าเริง แล้วมีความรู้สึกว่าเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าบัวเยอะเลย อันนี้ความรู้สึกของเรานะ แต่ทั้งคู่ก็ดูแล้วน่ารักจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีนักแสดงอีก 2 ท่านที่เล่นได้ดีมาก ๆ เลยคือป้าจุ๊ (ป้าแหม่ม) และคุณต่าย เพ็ญพักตร์ (แม่ของจูนกับแจน) ป้าจุ๊เรียกเสียงฮาได้ทุกครั้งที่ออกมา เสียดายบทน้อยไปนิด น่าจะมีบทในเรื่องไปนาน ๆ ส่วนคุณต่ายเล่นได้เยี่ยมมาก ดูแล้วเชื่อเลยว่าเป็นแม่ที่ใจดีมาก ๆ (ทั้ง ๆ ที่เราว่าหน้าดุนะ) แล้วบทเศร้าที่เราว่าเศร้าที่สุด ก็อยู่ที่คำพูดที่แม่ของจูนพูดเรื่องความเศร้าของแม่นั่นแหละ ช๊อตนั้นอ่ะเด็ดที่สุดในเรื่องแล้ว ดูแล้วเศร้ามากจริง ๆ

ข้อเสีย

1. ทำไมหนังไทยชอบใส่ความ “บังเอิญ” เข้าไปเยอะเหลือเกิน อะไร ๆ ก็บังเอิญ บังเอิญธีร์เจอจูนแล้วปิ๊งกัน แล้วบังเอิญที่นัทกับแจนซึ่งเป็นน้องของทั้งคู่กลับเป็นคนที่คุยกันอยู่แล้วผ่าน msn บังเอิญที่ธีร์มาเห็นจูนโดนบอยกอดจนถอดใจหนีกลับกรุงเทพ บังเอิญที่พอกลับกรุงเทพแล้วป้าแหม่มก็เสียชีวิตในช่วงเวลาที่ธีร์กำลังต้องการคำปรึกษาจากใครซักคน บังเอิญที่ธีร์ลงจากรถมาแล้วเจอจูนถือรูปแห่งานศพแจนผ่านหน้าบ้านพอดีเด๊ะ…เฮ้ย นี่มันไม่บังเอิญมากไปหน่อยเหรอ ในการแต่งนิยาย ความบังเอิญสามารถใส่เป็นปมประเด็นของเรื่องได้ว่าปัญหาที่เกิดมาจากความบังเอิญ…แต่ไม่ควรจะบ่อย ชีวิตจริงเราไม่มีใครบังเอิญได้ขนาดนั้นหรอก อย่างเรื่อง You’ve got mail. ความบังเอิญของเรื่องมีแค่อย่างเดียวคือพระเอกกับนางเอกสนิทกันจากการส่งเมล์หากัน แต่ในชีวิตจริงทั้งคู่เป็นคู่กัดทางธุรกิจกัน แค่นั้นเอง ที่เหลือไม่มีความบังเอิญ มันเป็นไปตามสิ่งที่มันดำเนินไป ก็เท่านั้น…

นิยายที่เราเขียน (จนบัดนี้ยังเขียนไม่เสร็จ) ใส่ความบังเอิญลงไปเป็นเมนหลักของเรื่องอยู่ปม – 2 ปม เรายังไม่ค่อยชอบเลย แล้วอันนี้ใส่ไปเกือบทุกช่วงของเรื่อง แล้วมันจะได้เรื่องรึ

2. รู้สึกว่าคนเขียนบทมันโหดเกินไป หนังโทนนี้ตัดคนตาย 1 คนก็ถือว่ามากพอแล้ว นี่ล่อตัดทิ้ง 2 คนนี่ออกจะโหดไปหน่อย แถมตัดแจนที่เป็นสีสันของเรื่องออกไปด้วยเนี่ย….แบบว่าเซ็งเลย มาดูหนังรักนะ ไม่ได้มาดูหนังปัญหาชีวิต แล้วปกติคนเราน้อยคนนะที่จะเจอคนรู้จักตายติด ๆ กัน 2 คน แล้วจริง ๆ ไม่ต้องให้แจนตายหรอก แค่บอกว่าเป็นเจ้าหญิงนิทราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะฟื้น แค่นี้จูนก็สามารถโทษตัวเองได้พอ ๆ กับแจนตายแล้ว ไม่เห็นต้องตัดให้ตายไปเลย (แอบเสียดายนะ เพราะน้องแจมเล่นได้น่ารักสดใสมากทีเดียว)

3. ไม่เนียน…รายละเอียดเก็บได้ยอดแย่ ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนแล้วจับผิดได้มากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต เอาเป็นฉาก ๆ เลยนะ

3.1 เปิดมาฉากแรก ร้านเน็ทแถวอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คือ คนเล่นเน็ทในร้านนั้นเนี่ยเป็นเด็กนักเรียน แล้วตามเนื้อเรื่องมีเวลาเข้าเรียน 8 โมงแล้วเด็กรีบเก็บของไปเรียน แถวนั้นน่ะ โรงเรียนที่มีใกล้ ๆ เลยนะคือสตรีวิทยากับวัดบวรนิเวศน์ซึ่งเป็นโรงเรียนรัฐ แต่เครื่องแต่งกายแบบในเรื่องน่ะมันโรงเรียนเอกชนชัด ๆ แล้วโรงเรียนเอกชนที่ใกล้ที่สุดในย่านนั้นคือเซนต์คาเบรียลกับเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ ซึ่งใกล้ที่สุดก็อยู่ไปทางซังฮี้แล้วนะ จะมาเล่นเน็ทอะไรแถวนั้น แถวหน้าโรงเรียนมันก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่ไปเล่นล่ะวะ ดูหนังออนไลน์

3.2 หน้าจอ msn ข้าพเจ้าไม่ได้อยากจับผิดนะ แต่ด้วยความที่เล่นคอมมาเป็น 10 ปี มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหน้าจอวินโดวส์แบบนี้ใช้โปรแกรมอะไร (ไม่เอาแบบหนังฝรั่งนะ ที่แบบว่ามาเป็นหน้าจอแฮกเกอร์ อันนี้มิสามารถ) ที่เราเห็นในเรื่องคือหน้าจอ msn ปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ taskbar พี่แกลอยอยู่กลางจอ พอมองลงมาที่ขอบจอ เฮ้ย Windows media player นี่หว่า จะเปิดวิดีโอโชว์เหมือนว่ากำลังคุย msn อยู่ก็ให้มันเนียน ๆ กว่านี้หน่อยก็ได้ เปิดโหมดเต็มจอซะแค่นี้ก็ไม่เห็นแล้วว่าเป็นการ capture ภาพวีดีโอบนหน้าจอเอามาฉายแทนที่จะให้กดเล่นจริง ๆ

3.3 เวลาในเรื่องตอนที่ธีร์ตามไปง้อจูนที่ภูเก็ตทุกเช้า…คือเครื่องบินจากกรุงเทพไปภูเก็ตวันนึงมันมีหลายเที่ยวมาก และก็รู้ว่าบ้านธีร์มันรวย แต่ว่าการที่ไปขึ้นเครื่องบินไปตั้งแต่เช้า (ไม่มืดด้วย) ไปถึงภูเก็ตแล้วก็เช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเข้าเมืองไปหาจูน (ตอนนั้นสว่างแล้วด้วย) แล้วก็ขับรถบุโรที่ไม่รู้จะเสียเมื่อไหร่ทั่งไปส่งติ่มซำ (เออนึกขึ้นได้อย่างนึง…รถคันนี้จูนขับแล้วเสียประจำ แต่ธีร์ขับไม่เห็นเสียเลย) แล้วก็กลับมานั่งเครื่องบินกลับมาถึงโรงพยาบาลกลางตอน 9 โมงครึ่ง…9 โมงครึ่งจริง ๆ ตอนนั้นเหลือบไปเห็นนาฬิกาในหนังพอดี คือ…จากสุวรรณภูมินั่งรถกลับมาโรงพยาบาลกลางในชั่วโมงเร่งด่วนเนี่ย ออก 7 โมงก็ยังไม่แน่เลยว่าจะถึงโรงพยาบาลกลาง 9 โมงครึ่งรึเปล่า แล้วนี่บินมาจากภูเก็ต โอ้ว…พระเจ้ามันทำไปได้ยังไงเนี่ย ใครช่วยบอกที

3.4 อีกอันที่รู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้คือ…บอย เพื่อนช่างซ่อมรถที่แอบชอบจูน ในเรื่องหน้าตาโหดมาก มีรอยสักด้วย ท่าทางหาเรื่องมาก แต่กลับมาสารภาพรักกับจูนด้วยการดึงไปกอดแล้วบอกรักจูน…เอ่อคือ หน้าตายังงี๊เนี่ยในชีวิตจริงมันคงไม่ฉุดมากอดสารภาพรักหรอกครับ โน่นฉุดลงไปปล้ำพุ่มไม้ข้างทางเลยง่ายกว่า…เท่ไม่เท่ไม่เกี่ยวอาศัยทางเปลี่ยวและพละกำลัง หรือไม่งั้นนะ ถ้าบอกรักแล้วนางเอกไม่เอา มันคงตามพวกมาอัดพระเอกจนปางตายแล้วแน่ ๆ ไม่ปล่อยให้รอดไปได้หรอก

3.5 อันสุดท้ายที่รู้สึกว่าเวรมากคือ…งานศพแจน งานศพจัดพิธีแบบจีน โลงศพแบบจีน หน้าบ้านแขวนโคมด้วย…แต่ที่หลุมศพมีไม้กางเขนเว๊ยเฮ้ย…ตกลงคุณน้องเธอจะเป็นคนจีนหรือคนคริสต์กันแน่วุ๊ย

เท่าที่มอง ข้อเสียก็มีประมาณเท่านี้ จริงๆ มันมีเยอะกว่านี้แหละ แต่นึกไม่ออก ไอ้ครั้นจะลงทุนไปดูอีกรอบเพื่อที่จะเอามาเขียนจับผิดมันก็คงเป็นการกระทำที่ไม่สมควรจะทำซักเท่าไหร่

หมดแล้ว ข้อดีข้อเสีย

ถ้าถามเราว่า สรุปแล้วควรไปดูมั๊ย คำแนะนำของเราก็คือ ถ้าอยากดูอยู่แล้วก็ดูไปเถอะเพราะมันก็ไม่ถึงขนาดว่าดูแล้วรู้สึกเสียดายตังค์ (อันนั้นยกให้เดอะกิ๊กทั้ง 2 ภาค หนังหลอกแดกตังค์ชัด ๆ ดูแล้วแทบอยากร้องว่าเอาเงินกูคืนมา) แต่ถ้าว่าง ไม่มีอะไรดู แล้วอยากจะดูหนังสนุก ๆ ดี ๆ ซักเรื่อง ก็เก็บเงินไปดูเรื่องอื่นเหอะ หรือไม่ก็เก็บเงินไปอีกเดือนนึงแล้วไปรอดูคนเหล็ก 4 จะดีกว่า

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *